jpeg-2

 

jpeg

jpeg-1

 

jpeg-4

พ.อ.ประจักษ์ สว่างจิตร ผบ.ร.๒

427693 453554284700443 1466360986 nย้อนอดีตสมรภูมิรบ หนองจาน-โนนหมากมุ่น

“บ้านหนองจาน-โนนหมากมุ่น” ชื่อหมู่บ้านตามตะเข็มแนวชายแดนไทย-เขมร ด้าน อ.โคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งสมัยนั้นยังอยู่ในพื้นที่จังหวัด ปราจีนบุรี ก่อนที่จะมีการแยกสระแก้ว ออกมาเป็นอีกจังหวัดหนึ่ง เคยโด่งดังสมัยเขมรแดง เขมรเสรี และเขมร 3

ฝ่ายเมื่อ 30 ปีเศษ แต่ได้ถูกลืมเลือนของผู้คนในสังคมไทยไปนานพอดู ถ้าหากไม่เกิดเหตุการณ์ทหารกัมพูชาจับกุม 7 คนไทยในข้อหารุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชาเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมา ทำให้ชื่อหมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักของคนในยุคปัจจุบันนี้

มาย้อนอดีตพื้นที่ บ้านหนองจาน-บ้านโนนหมากมุ่น ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว จุดกำเนิดการจับกุม 7 คนไทยนั้นมีเรื่องราวอย่างไรบ้าง ซึ่งหลายจุดเป็นพื้นที่ทับซ้อนที่ทั้ง 2 ประเทศต่างอ้างสิทธิครอบครอง โดย อ.โคกสูง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดสระแก้ว มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงคือ ทิศเหนือติดกับ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชา ทิศใต้ ติดต่อกับ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ทิศตะวันตก ติดกับเขต อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

แต่เดิม อ.โคกสูง เป็นส่วนหนึ่งของ อ.ตาพระยา กระทรวงมหาดไทยได้แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็นกิ่ง อ.โคกสูง ก่อนยกฐานะเป็น อ.โคกสูง ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 26 มิ.ย. 2539 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. ปีเดียวกัน และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2550 ยกฐานะเป็นอำเภอ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. ปีเดียวกัน

ปัจจุบัน อ.โคกสูง แบ่งการปกครองออกเป็น 4 ตำบล 41 หมู่บ้าน ได้แก่ 1. ตำบลโคกสูง 2. ตำบลหนองม่วง 3. ตำบลหนองแวง 4. ตำบลโนนหมากมุ่น

ในพื้นที่ ต.โนนหมากมุ่น กลายเป็นประวัติศาสตร์ของการสู้รบระหว่างไทย-เวียดนาม ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของอดีตทหารหาญที่เคยร่วมรบในสมรภูมิครั้งนั้นไม่ เคยลืมเลือน

ในยุคที่ลัทธิคอมมิวนิสต์แผ่ขยายอิทธิพลครอบคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวียดนาม ส่งทหารบุกยึดกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา และหาทางขยายอิทธิพลเข้ามาในประเทศไทย ตามลำดับเหตุการณ์ในอดีตดังต่อไปนี้

วันที่ 23 มิ.ย. 2523 ทหารเวียดนามรุกล้ำอธิปไตยบริเวณบ้านโนนหมากมุ่นที่เป็นที่ตั้งค่ายเขมร อพยพ เกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทย-เวียดนาม ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 200 คน เป็นทหารไทย 22 นาย ชาวบ้าน 1 คน ที่เหลือเป็นฝ่ายเวียดนาม

วันที่ 26 มิ.ย. 2523 ทหารเวียดนามจับกุมเจ้าหน้าที่จากสภากาชาดสากล 2 คน และช่างภาพชาวอเมริกัน 2 คนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

วันที่ 4 ม.ค. 2524 ทหารเวียดนามบุกข้ามชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทะกับทหารไทยก่อนถูกผลักดันกลับไปที่ตั้งในกัมพูชา มีรายงานว่าการปะทะกันครั้งนั้น ทหารไทยเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 1 นาย ฝ่ายเวียดนามเสียชีวิตและบาดเจ็บเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่าจำนวนเท่าใด

วันที่ 5 ม.ค. 2524 ฝ่ายไทยเพิ่มกำลังทหารประจำชายแดนและเริ่มโจมตีทหารเวียดนามที่รุกล้ำอธิปไตยเข้ามาในบางจุด

กระทั่งต้นเดือน มี.ค. 2525 ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทหารเวียดนามกว่า 300 นาย บุกรุกเข้ามาปะทะกับตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งนั้นฝ่ายไทยพลีชีพหลายนาย

วันที่ 21 ต.ค. 2525 ทหารเวียดนามเปิดฉากยิงเครื่องบินตรวจการณ์ของไทยใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา จนต้องร่อนลงฉุกเฉินในฐานที่มั่นใกล้ชายแดน

เดือน ม.ค. 2526 เกิดการสู้รบรุนแรงระหว่างทหารรัฐบาล เฮง สัมริน ของเขมร ที่เวียดนามสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้าน ทำให้มีผู้อพยพลี้ภัยเข้ามาในไทยหลายหมื่นคน

วันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. 2526 ทหารเวียดนามเปิดฉากยิงปืนใหญ่ใส่กองบัญชาการของทหารแดงที่ตั้งฐานชายแดน ไทย-กัมพูชา ทำให้บ้านเรือนราษฎรไทยเสียหายหลายหลัง เกิดปะทะเดือดบริเวณชายแดนเกือบทุกวัน มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บนับร้อยคน

วันที่ 31 มี.ค. 2526 ทหารเวียดนามยิงปืนใหญ่ถล่มฐานที่มั่นเขมรแดง และปะทะกับทหารไทยนานหลายวัน มีการระดมยิงปืนใหญ่และยิงปืนรถถังใส่กันอุตลุต มีประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก มีชาวกัมพูชากว่า 2 หมื่นคนอพยพหนีตายเข้ามาในไทย

จากนั้นมาการสู้รบระหว่างไทย-เวียดนามบริเวณชายแดนเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ละฝ่ายใช้อาวุธหนักถล่มใส่กันตลอดเวลา มีผู้บาดเจ็บล้มตายกันอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งประมาณปี 2531 พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ของประเทศไทย ได้ใช้นโยบาย “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” มีการเปิดโต๊ะเจรจากันหลายครั้ง จนในปี 2532 ทหารเวียดนามถอนกำลังออกจากประเทศกัมพูชา เป็นการปิดฉากการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างถาว

จวบจนเกิดเหตุทหารกัมพูชาจับกุม 7 คนไทย ทำให้ชื่อเสียงตำนานสงครามชโลมเลือดของ “บ้านโนนหมากมุ่น-บ้านหนองจาน” กลับมาดังให้เป็นที่รู้จักย้ำเตือนวันวานในอดีตอีกครั้งหนึ่ง.

โดย โย 23 [8 ม.ค. 2554 , 16:35:50 น.] ( IP = 223.205.174.73 : : )

ข้อความ 7


ภาพทั่วไปในเหตุการณ์สู้รบที่สมรภูมิ บ. โนนหมากมุ่น อ.ตาพระยา จ.ปราจีนบุรี (จ.สระแก้ว)
เมื่อ ๒๓ - ๒๕ มิ.ย. ๒๓ นายทหารผู้ใหญ่เยี่ยมชมอาวุธที่ยึดมาได้ โดย พ.อ.ประจักษ์ สว่างจิตร ผบ.ร.๒ บรรยายสรุปในแผนที่ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงทราบถึงสถาณการณ์

จากการสืบค้นข้อมูลของข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และองค์กรบรรเทาทุกข์อื่น การหนีภัยสงครามของชาวกัมพูชาเกิดขึ้น ๕ ช่วงเวลา มีค่ายผู้อพยพหลักและค่ายย่อยไม่น้อยกว่า ๖๐ แห่งตลอดแนวชายแดนที่อยู่ในดินแดนและลึกเข้ามาในประเทศไทย ค่ายที่เป็นที่กล่าวถึงมากสุดคือ เขาอีด่าง ซึ่งเป็นการอพยพครั้งใหญ่สุด ในครั้งนั้นมีบันทึกในองค์กรบรรเทาทุกข์และข้าหลวงใหญ่ฯ ถึงการเสด็จพระราชทานความช่วยเหลือของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ด้วยพระองค์เอง

การ หนีภัยสงครามเข้ามายังประเทศไทยระลอกแรกเกิดในปี ๒๕๑๘ เมื่อเขมรแดงขึ้นครองอำนาจ ต่อเนื่องด้วยการอพยพหนีสภาวะอดอยากและการถูกกองกำลังทหารเวียดนามเข้า รุกรานในปี ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นการไหลบ่าของชาวกัมพูชาเข้ามายังประเทศไทย จากนั้นระหว่างปี ๒๕๒๗-๒๕๒๘ เกิดการอพยพเข้ามาอีกระลอกเมื่อทหารเวียดนามเข้าโจมตีตามแนวชายแดนไทย คราวที่สี่คือในปี ๒๕๔๐ เมื่อ “ฮุน เซน” ทำรัฐประหาร และครั้งสุดท้ายเกิดจากการอพยพของเขมรแดงส่วนที่เหลือในปี ๒๕๔๑ ภายหลัง “พล พต” เสียชีวิต

บ้านหนองจาน หรือ “ไซต์ ๒ เหนือ” เป็นค่ายผู้อพยพขนาดใหญ่ลำดับแรก ๆ ในช่วงปี ๒๕๒๒ ที่มีการจัดตั้งและการบริหารจัดการ ค่ายผู้อพยพอื่น ๆ ในละแวกใกล้เคียงได้แก่ โนนหมากมุ่นและหนองเสม็ด รองรับชาวกัมพูชาหนีการอดตายและการรุกรานของกองกำลังเวียดนามที่เข้ารุกราน “กัมพูชาประชาธิปไตย” ชื่อในขณะนั้น โดยในเดือนสิงหาคมปีนั้นค่ายผู้อพยพหนองจานมีผู้อพยพประมาณ ๑๓,๐๐๐ คน เหตุการณ์ที่มีชื่อเสียงมากเหตุการณ์หนึ่งเกี่ยวกับค่ายผู้อพยพหนองจาน คือ Land bridge เป็นเส้นทางการขนส่งอาหาร บ้านหนองจานนอกจากเป็นแหล่งที่ตั้งของค่ายผู้อพยพแล้วยังเป็น แหล่งแจกจ่าย อาหารและเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยในปี ๒๕๒๓ องค์กรบรรเทาทุกข์และ CARE ได้จัดส่งเมล็ดพันธุ์ข้าว อุปกรณ์ทำนาและหาปลา ทำให้ผู้อพยพเริ่มทำนาและหาปลาในพื้นที่ดังกล่าว ในเดือนเมษายนปีนั้น ผู้อพยพได้รับอาหาร เมล็ดพันธุ๋และอุปกรณ์ทั้งสิ้น ๓๔๐,๐๐๐ รายที่บ้านหนองจาน

น.ต. ประสงค์ สุ่นศิริ ได้กรุณาให้ข้อมูลเป็นการส่วนตัวแก่ฟิฟทีนมูฟเมื่อไม่กี่วันมานี้ ว่าการตั้งค่ายผู้อพยพบ้านหนองจานเกิดในช่วงรอยต่อปี ๒๕๑๙-๒๕๒๐ ขณะเป็นผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ดูแลผู้อพยพหนีภัยสงครามระหว่างรัฐบาลนายพล ลอน นอล กับเขมรแดงของ พล พต ลงพื้นที่พร้อมกับพันโทสนั่น ขจรกล่ำ (ยศในขณะนั้น) นายทหารอื่นและผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยฯ ได้จัดพื้นที่บ้านหนองจานซึ่งอยู่ลึกเข้ามาในเขตไทยระหว่างหลักเขตที่ ๔๖ และ ๔๗ เป็นที่พักพิงสำหรับผู้อพยพ โดยได้ขอใช้ที่ดินของชาวบ้าน (คนไทย) ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น และได้มีข้อตกลงกับข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยฯ ว่าต้องดูแลทั้งผู้อพยพชาวเขมรและ “คนของเรา” ทั้งด้านอาหารและคุ้มครองความปลอดภัย ต่อมาได้มีการจัดทำแนวลวดหนามเพื่อกันไม่ให้ชาวกัมพูชาล้ำเข้ามามากกว่า พื้นที่ที่จัดให้และไม่ให้เข้ามาปะปนกับคนไทย

เมื่อถามถึงหลักเขต น.ต. ประสงค์ ยืนยันว่า “ผมเดินมาแล้วทั้งหมด ตั้งแต่หลักเขตที่ ๔๕-๔๘” ยืนยันว่าบ้านหนองจานอยู่ในเขตไทย ย้ำตรงกันกับอดีตนายทหารอาวุโสของกองทัพบกซึ่งเคยได้ให้ข้อมูลกับฟิฟทีนมูฟ ว่าไม่มีใครตั้งค่ายในประเทศที่มีสงครามหรือคู่สงคราม และได้ให้คำยืนยันเกี่ยวกับสระน้ำยูเอ็นท้ายหมู่บ้านตรงกันว่าเป็นสระน้ำที่ ยูเอ็นขุดให้และตั้งอยู่ในเขตไทย

ปลายปี ๒๕๒๒ กลุ่มเขมรเสรีซึ่งมีอิทธิพลมาแต่เดิมเข้าแทรกสอดบ้านหนองจานมีกำลังประมาณ ๑๐๐ นาย เข้าปล้นคนไทยในพื้นที่หลายครั้ง กระทั่งพันเอกประจักษ์ สว่างจิตร ยกกำลังทหารไทยเข้าโอบล้อมหมู่บ้าน ขณะนั้นรู้จักกันในชื่อ แคมป์ ๕๑๑ ต่อมาวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๒๓ กองกำลังทหารเวียดนามเข้าโจมตีบ้านหนองจานและโนนหมากมุ่น บังคับให้ผู้อพยพกลับไปยังกัมพูชาและฆ่าผู้ต่อต้าน กระทั่งวันถัดมาทหารไทยได้เข้ายึดพื้นที่คืนและขับไล่ทหารเวียดนามออกไป ระหว่างปี ๒๕๒๓-๒๕๒๗ ทหารเวียดนามเข้าโจมตีค่ายผู้อพยพแห่งนี้หลายครั้ง ครั้งสุดท้ายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๙ ผู้อพยพส่วนหนึ่งถูกย้ายไปยังอ่างศิลา (ไซต์ ๓) ซึ่งอยู่ตอนใต้ของบ้านหนองจาน บางส่วนถูกส่งไปยังค่ายเขาอีด่าง และสระแก้ว ๒ ในปี ๒๕๓๑ ทิศทางของไทยสมัยรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ เปลี่ยนแปลงผ่านนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ภายหลังรัฐบาลกัมพูชาที่มีความเข้มแข็งขึ้นได้ยึดเอาแนวรั้วที่ไทยสร้างไว้ เป็นแนวเขตแดน พื้นที่บ้านหนองจานตกอยู่ในความครอบครองของชาวกัมพูชา

 



บทความจาก:15thmove.net

ข้อความ 8


ในช่วงปี2523 เวียดนาม หลังจากได้ยึดกัมพูชาไว้เรียบร้อยแล้ว ได้มีทีท่า และการกระทำส่อถึงการจะบุกไทย โดยเวียดนาม จะใช้ ทหาร200000 คน โจมตีไทย นายพลเทียนวันดุง (ที่บอกจะเอาเลือดคนไทยล้างตีน) เคยประกาศที่ ฮานอยโดยคุยว่ายึดกรุงเทพใน 2 ชม.
ตอนเหตุการณ์ที่บ้านโนนหมากมุ่นนั้น มีครั้งหนึ่งทหารเวียดนามหลายกรม รวมพลกันจำนวนมากที่ชายแดนบ้านโนนหมากมุ่นเตรียมพร้อมสำหรับการรุกต่อไป แต่ถูกทหารไทยตรวจพบก่อน จึงทำการยิงปืนใหญ่ถล่มแบบจู่โจมพร้อม ๆ กันหลายกองร้อย ผลก็คือทหารเวียดนามแตกกระเจิง จากการตรวจลาดตระเวณทางอากาศพบว่า ทหารเวียดนามเอารถยีเอ็มซี มาขนทหารที่บาดเจ็บและตายออกไปจากที่นั่นถึง 40 คัน เลยทีเดียว
23 มิย.2523 เป็นการประลองกำลังแบบหยั่งเชิง ของ เวียดนาม + ลาว หมู่บ้านที่โดนบุก คือ บ้านโนนหมากมุ่น บ้านหนองจาน บ้านคอนหลุม บ้านทัพเซียม อยู่ใน ต. โคกสูง อ. ตาพระยา บ้านทหารผ่านศึก อ.อรัญฯ บ้านตาเก่า บริเวณช่องจอม อ.กาบเชิง จ. สุรินทร์ บ้านคลองขุด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
เวียดนามให้ กองพลที่ 778 จากค่าย ล่องถั่น ใกล้ๆ โฮจิมินห์ มาสมทบกับกองพล ที่ 72 กับ 202 ซึ่งตอนนั้นรับผิดชอบด้านตะวันตกของ เขมรแถบ เสียมราฐ และ อุดรมีชัย ตอนนั้นกองพลที่ 778 เป็นกำลังหลักนำเข้าตี จริงๆแล้ว ก่อนที่จะถึงบ้านโนนหมากมุ่นนั้น เป็นที่ตั้งของค่ายเขมรอพยพ ซึ่งในค่ายมี นาย พรมสกล เป็นหัวหน้ามีกำลังทหาร 1,500 นาย ตอนหลังนายพรมสกล โดนจับ ข้อหาเป็นสายให้ เวียดนามบุกไทย
ตอนที่เวียดนามบุกบ้านโนนหมากมุ่น เวียดนามเข้ามาถึงเวลา 05.10 น. แล้วจับชาวบ้านไว้ ใต้ถุนบ้านจากนั้นก็ ขนเอาทรัพย์สินไปหมด ทหารไทยที่ตั้งค่ายอยู่ไม่ห่าง จากหมู่บ้านประมาณ 1 กม. ทราบเรื่องตอน 6.00 น ก็นำกำลัง 21 นาย เข้ามาช่วยเหลือ แต่ระหว่างทาง โดน ซุ่ม ด้วยอาร์พีจี ทำให้ทหารไทยตาย 18 ศพ และถูกจับเป็นเฉลย 2 คน
ต่อ มา ทหารไทย - เวียดนาม ได้ใช้ปืนใหญ่ปะทะกัน ระหว่าง ต.โคกสูง พร้อมทั้งส่ง ฮ. กันชิ๊ฟและเครื่องบิน ขึ้นไป ระดมยิง จนสามารถยึด บ้านโนนหมากมุ่น ได้ ในเวลา 15.45 น. ผลการปะทะ เวียดนาม ตาย 30 ศพ ถูกจับเป็น 1 คน
แม้ว่าจะถอน ตัวออกจากบ้านโนมหากมุ่นแต่ ในวันนั้น เวียดนาม มันก็ไม่ได้ถอนตัวออกจาก แผ่นดินไทย จึงทำให้มีการรบติดพันกันในวัน ถัดมา ในวันนี้เองที่พี่ไทยเสีย แอล 19 กับ ฮ. อีก 1 ลำ แอล 19 ตกในฝั่งเขมร เราสามารถส่หน่วยงรบพิเศษ เข้าไปทำลาย เครื่องบิน ได้เสร็จภายใน 15 นาที ผลจากเครื่องบินตก มี นักบิน เสีย ชีวิต 2 ศพ
นอกจากฝ่ายไทยแล้ว ที่ตั้งของเขมรเสรี ซอน ซาน,สีหนุ และ เขมรแดงยังถูกโจมตีในคราวเดียวกันอีกด้วย สาเหตุที่ เวียดนามต้องการเล่นงานไทย ก็เพราะตอนนั้น โซเวียต จะเลิกให้การสนับสนุนเวียดนามด้านเสบียง และอาวุธที่ใช้ยึดครอง เขมร แล้ว เพราะ โซเวียตเอง โดนสหรัฐฯ แซงชั่นไม่ยอมขายข้าวสาลีให้ ตัวเองก็ปลูกไม่พอ.....ดังนั้นเวียดนามจึงต้องเร่งเผด็จศึกเขมรให้เร็วที่ สุด และ ยึดพื้นที่ของไทยให้ได้มากที่สุด
ในฟากอาเซียนนั้น แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่ม ที่ต้องการเล่นงานเวียดนามประ ณามเวียดนาม คือ ไทยกับสิงคโปร์ โดยมีสหรัฐ กับ จีนหนุนหลัง ส่วน อินโดฯ กับ มาเลย์ นั้นหวาดกลัวจีน ที่สนับสนุนไทย เพราะ ใน 2 ประเทศนี้มีคนจีน เป็นตัวแปรทางการเมืองที่สำคัญ ทำให้อาเซียนในตอนนั้นแตกแยกกันมาก
ไทยส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปที่บ้านโนน หมากมุ่นเพื่อโจมตีทหารเวียดนาม โดยรบกันตั้งแต่ช่วงดึกตี 3 และยึดกลับคืนได้ประมาณ 9 โมงเช้า

 

บทความจาก:thaimisc.pukpik.com

 

 

หมายเลขฉุกเฉิน
สถานีตำรวจภูเก็ต
ตำรวจท่องเที่ยว
ตำรวจน้ำ

  191,199
  0-7621-2115
  0-7622-5361
  0-7621-4368

ท่าอากาศยานภูเก็ต
สถานีขนส่งภูเก็ต 
สถานีดับเพลิงภูเก็ต
ไปรษณีย์ภูเก็ต
  0-7632-7230-5
  0-7621-1480 
  0-7621-1111
  0-7621-6951
ททท.
องค์การโทรศัพท์
รพ.สิริโรจน์
รพ.ป่าตอง
  0-7621-2213
  0-7621-2299 
  0-7621-0935
  0-7634-2633-4 
บขส.
รพ.วชิระ
รพ.มิชชั่น
รพ. กรุงเทพภูเก็ต
  0-7621-1480
  0-7621-2150
  0-7623-7220
  0-7625-4425